Health

  • บำรุงสายตา ด้วยอาหาร 5 สีบำรุงสายตา ที่สนใจมาก
    บำรุงสายตา ด้วยอาหาร 5 สีบำรุงสายตา ที่สนใจมาก

    เชื่อหรือไม่ว่าสุขภาพร่างกายที่ดี การออกกำลังกายอย่างเดียวคงไม่พอ “อาหารที่ดี” ก็เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ส่งผลต่อร่างกาย แต่หากพูดถึงอวัยวะที่สำคัญอย่างดวงตาแล้ว แน่นอนว่ายุคนี้เป็นยุคที่เราใช้สายตามากที่สุด ไหนจะจ้องคอมพิวเตอร์ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ…ดวงตา บ่งบอกก่อนเลยว่าเราสุขภาพเป็นอย่างไร และอาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาของเราให้แข็งแรง สดใส อยู่กับเราไปนานๆ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

    บำรุงสายตา ด้วยอาหาร 5 สีบำรุงสายตา ที่สนใจมาก

    1.) อาหารสีแดง ช่วยบำรุงสายตา ชะลอจอประสาทตาเสื่อม เพราะอาหารสีแดงมีสารซีแซนทีน ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อดวงตา และช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย พบในผลโกจิเบอร์รี่ ดังนั้นใครที่ชอบผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แนะนำเลยทั้งรสชาติอร่อย ทั้งบำรุงสายตา

    2.) อาหารสีเหลือง ช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อกระจก เพราะมีสารซีแซนทิน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องดวงตาคุณ ซึ่งสารเหล่านี้ทำหน้าที่ดูดซับแสงส่วนเกินและป้องกันไม่ให้แสงทำลายเลนส์ตาของคุณ เช่น พริกหยวกเหลือง ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสูง ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีวิตามินมากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า กินแล้วดีต่อสายตาแน่นอน

    3.) อาหารสีเขียว ช่วยป้องกันต้อกระจก เพราะมีสารลูทีน พบมากในพวกผักใบเขียว เช่น ผักโขม คะน้า และสวิสชาร์ด ถ้าทราบกันแล้ว อย่าลืมทานผักกันเยอะๆ นะ รับรองไม่อ้วน แถมยังมีประโยชน์ต่อทุกส่วนในร่างกายอีกด้วย

    4.) อาหารสีม่วง ยับยั้งปัญหาตามวัยสำหรับผู้สูงอายุ เพราะมีสารแอนโทไซยานิน และสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของสารสีที่ทำให้ตาพล่ามัวในช่วงวัยสูงอายุ มักพบในเปลือกมะเขือม่วง ดอกอัญชัน และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

    5.) อาหารสีส้ม ป้องกันการเกิดโรคตาบอดตอนกลางคืน เพราะมีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน พบได้ในผักสีส้มทุกชนิด เช่น “แครอท” ประโยชน์เยอะแบบนี้ พลาดไม่ได้แล้วที่จะเอามาทำอาหารสักหนึ่งเมนู

    อาหาร 5 สีบำรุงสายตา ที่เรานำมาแนะนำน่าสนใจมากๆ และที่สำคัญหารับประทานได้ง่าย และมีหลากหลายวิธีการปรุง เลือกได้ตามใจชอบ เอาเป็นว่าดวงตานั้นสำคัญกับเรามากๆ ใครที่อยากให้ดวงตาคู่สวยอยู่กับเราไปนานๆ อย่าลืมดูแลเอาใจใส่ดวงตากันมากๆ เพราะเราอยากเห็นทุกคนสุขภาพดี และมีความสุข

    เนื้อหาจาก: https://www.thaihealth.or.th/

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  pbbgwarp.com

Economy

  • “กระทรวงการคลัง” ไล่เชือดแก๊งปลูกกล้วย
    “กระทรวงการคลัง” ไล่เชือดแก๊งปลูกกล้วย

    “กระทรวงการคลัง” ไล่เชือดแก๊งปลูกกล้วย

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผย ถึงกรณีที่ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร (กทม.) เข้าหารือเกี่ยวกับ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในกรณีที่มีการปลูกพืช การเกษตร ในที่ดินรกร้างว่างเปล่าใจกลางเมือง ซึ่งตนยังไม่ได้รับรายงาน เนื่องจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กำลังจัดทำรายละเอียด เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ วินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างชุดใหญ่ที่มีตนเป็นประธาน

    “กระทรวงการคลัง” ไล่เชือดแก๊งปลูกกล้วย

    ไม่มีชื่อ “บิ๊กตู่” ในสมการ
    ฝนตก+น้ำท่วม (2565) “3 ชั่วโมง” แห่งความทรงจำ
    ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลก+ไทย
    “ในหลักการของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ก็เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินทั่วประเทศ ส่วนอำนาจการจัดเก็บภาษีเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเงินภาษี ที่จัดเก็บได้จะนำมาพัฒนาท้องถิ่น โดย 2 ปีที่ผ่านมา มีคน ที่มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ใช้พื้นที่ปลูกกล้วย มะนาว เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ก็เป็นสิทธิของเจ้าของที่ดิน แต่อำนาจการจัดเก็บภาษีเป็นของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ต้องใช้ดุลพินิจในการพิจารณาจะมีการจัดเก็บภาษีหรือไม่”“กระทรวงการคลัง” ไล่เชือดแก๊งปลูกกล้วย

    ทั้งนี้ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้กำหนดอัตราภาษีสูงสุด ที่ให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดเก็บภาษีตามประเภทที่ดิน ดังนี้ คือ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อัตราเพดาน อยู่ที่ 0.15% ของมูลค่าที่ดิน, ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย เพดานอยู่ที่ 0.3%ของมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินประเภทอื่นนอกเหนือจากเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย เช่น ที่ดินที่ใช้ ในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม รวมถึงที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีเพดานอยู่ที่ 1.2% ซึ่งคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะกำหนดอัตราภาษีแนะนำ แต่ละประเภทที่ดิน ให้เป็นแนวทางให้ท้องถิ่นจัดเก็บ และท้องถิ่นสามารถจัดเก็บในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราแนะนำ หรือสูงกว่าก็ได้ แต่ต้องไม่เกินเพดานที่กำหนด

    “ในกรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ทำประโยชน์ตามสมควรแก่สภาพ กฎหมายได้กำหนดว่า หากที่ดินแปลงใดปล่อยไว้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า และถูกเสียภาษีในอัตรา ที่รกร้างว่างเปล่าแล้ว ยังไม่ได้นำที่ดินแปลงนั้นมาใช้ประโยชน์ ยังคงปล่อยไว้ให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่าในทุกๆ 3 ปี จะปรับอัตราภาษีเพิ่มอีก 0.3% หากไม่ได้ทำประโยชน์อะไรอีกก็จะปรับขึ้นภาษีไปเรื่อยๆ แต่สูงสุดจะต้องไม่เกิน 3% ของราคาประเมิน”.

    ขอบคุณแหล่งที่มา : businesstoday.co

    สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : pbbgwarp.com